| Ubonrat 的个人资料Audi's space to share*o*照片日志列表 | 帮助 |
|
7月4日 เรื่องเล่า...ตามรอยเท้าวันนี้ ได้รับอีเมล์จากพี่ที่เคยรู้สึกดี ดี ด้วยมาก ๆ คนนึง เขามีมุมมองน่ารักในการคิดเกี่ยวกับการเดินทาง ทำให้เห็นมุมองของเขาในอีกด้านหนึ่ง
"ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อนผมได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศจีน แบบทัวร์ลูกเป็ดซึ่งถือว่าเป็นการเดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรกของผมที่คนรอบข้างยอมรับ เหตุที่พูดแบบนี้เพราะว่าจริงๆแล้วผมเคยไปเที่ยวเวียงจันทร์ ประเทศลาวมาก่อนแล้ว แต่ในความรู้สึกของคนรอบข้างมักจะบอกว่าไปลาวไม่นับสิ อ้าวแล้วลาวไม่ใช่ต่างประเทศหรือ ก็คงเพราะการไปต่างประเทศที่หลายคนหมายถึงการซื้อทัวร์ลูกเป็ดราคาแพง ไปรับไปส่งกันที่สนามบิน เพียงเพราะจะจากกันไม่กี่วัน และยิ่งถ้าเป็นประเทศที่ห่างไกลจากประเทศไทยมากเท่าไหร่ จะเป็นที่ดูน่าภูมิใจสามารถคุยไปได้ทั้งชีวิต แถมยังเอารูปที่ถ่ายกับสถานที่สำคัญนั้นๆ มาใส่กรอบติดโชว์เต็มฝาบ้าน การที่มักเดินทางไปเที่ยวกันแต่ประเทศไกลๆและหมางเมินประเทศแถบเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด ก็เพียงเพราะมีทัศนคติต่อประเทศเหล่านี้ในเชิงลบ และออกจะดูถูกเสียด้วยซ้ำ แต่หากมานึกดูแล้วก็คงจะไม่แปลกอะไร ก็เพราะเรื่องราวในประวัติศาสตร์อันเป็นชาตินิยมที่เรียนกันมาจะทำให้เราต่างมองและนึกคิดต่อเพื่อนของเราไปแบบนั้นไปแบบนั้น หากเราไม่รู้จักและปฎิเสธเพื่อนเหล่านี้แล้ว ความเข้าใจ ความไว้วางใจเ การช่วยเหลือซึ่งกันและกันและมิตรภาพที่มองอย่างเท่าเทียมกัน จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากจะมีแต่อคติเสียมากกว่า และผมเชื่อว่าถ้าคนในชาติได้ออกเดินทางด้วยตัวเองไปเยี่ยมเยียนเพื่อนของเราบ้างแล้ว ก็จะช่วยสร้างมิตรภาพความรู้สึกที่ดีต่อกันได้
ด้วยความคิดที่อยากจะรู้จักเพื่อนบ้านเหล่านี้ให้มากขึ้น โดยคิดว่าจะต้องหาโอกาสออกเดินทางไปให้ได้ จนช่วงที่เรียนอยู่ปี 3 ในรั้วมหาวิทยาลัย ก็สามารถเก็บเงินได้จำนวนที่เพียงพอต่อการเดินทาง โดยเลือกที่จะเดินทางไปกัมพูชา ตามเส้นทางสู่นครวัด เหตุที่เลือกไปกัมพูชาก่อนเพื่อนบ้านอื่นๆ ก็เพราะเพื่อนคนนี้อยู่ใกล้กรุงเทพมากที่สุดห่างกันเพียง 400 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น และปลอดภัยสำหรับการเดินทางโดยรถยนต์ แต่แล้วก็มีเหตุที่ทำให้การตั้งใจที่จะเดินทางครั้งนี้ต้องมีอันพับไป หลังจากที่ได้นัดแนะกับเพื่อนอีกคนว่าจะเดินทางไปด้วยกัน เพราะที่บ้านเค้าไม่อนุญาตให้ไปโดยบอกแต่เพียงว่า “เดี๋ยวเค้าก็เอาระเบิดมาขว้างใส่หรอก” จนเมื่อช่วงวันหยุดปีใหม่หลังเรียนจบและได้เข้าทำงานแล้ว ผมก็มีโอกาสชวนเพื่อนๆไปอีกครั้งโดยคราวนี้ไม่ได้ไปกัมพูชาแล้ว แต่เป็นประเทศลาว บ้านพี่เมืองน้องที่แสนจะใกล้ชิดนั้นเอง ซึ่งเป็นการเดินทาง 9 วัน จากกรุงเทพ สู่ เวียงจันทร์ วังเวียง หลวงพระบาง ปากแบง และเชียงราย ซึ่งไว้จะมาเล่าในโอกาสต่อไป การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางแบ็คแพ็คก้าวแรกที่สำคัญ ที่ทำไห้เกิดการเดินทางไปกัมพูชาและเวียดนามหลังจากที่กลับมาจากลาวได้ 4 เดือน และตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่ ในตอนแรกคิดว่าจะไปกัมพูชาประเทศเดียวก่อน แต่ก็ด้วยความที่ไม่อยากเดินทางย้อนกลับมาทางเดิม ประกอบกับได้ศึกษาความเป็นไปได้ที่จะไปต่อให้ถึงเวียดนามเลยนั้น จึงทำให้เกิดแผนการเดินทางดังนี้ขึ้น จากกรุงเทพ-เสียมเรียบ-พนมเปญ-โฮจิมินซิตี้(ไซ่ง่อน)-ฮอยอัน-เว้-ลาว-มุกดาหาร และกลับมาที่กรุงเทพ ด้วยเวลาทั้งหมด 14 วัน กับค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1,1000 บาท การเดินทางที่นานเช่นนี้ทำให้ไม่มีเพื่อนคนไหนสามารถลาหยุดได้นานขนาดนี้ ถ้าไปได้ก็อาจจะต้องลาออกกันเลย ผมจึงตัดสินใจที่จะออกเดินทางเพียงลำพังกับภาษาอังกฤษแบบงูๆปลาๆที่ไม่มั่นใจนักว่าจะคุยกับใครเค้ารู้เรื่อง ประกอบกับความเหงาที่ไม่เข้าใครออกใคร ที่อาจจะทำให้ไม่สามารถไปได้ครบตามแผนก็เป็นได้ จะมีก็แต่ความเชื่อมั่นและความฝันเท่านั้นที่เข้าข้าง การเดินทางที่เรียบง่ายเน้นประสบการณ์แห่งการเดินทางมากกว่าความสะดวกสบายหรูหรา จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับงานเขียนเชิงบันทึกชิ้นนี้ โดยมุ่งหวังให้เกิดมุมมองที่ดีต่อเพื่อนบ้านและนำไปสู่การเดินทางเพื่อเรียนรู้ และกลับมามองตนเองของแต่ละคน แล้วจะรู้สึกได้ถึงไมตรีของเพื่อนบ้านผ่านการเดินทางได้ไม่ยากเลย ออกุน , ก๋ามเอิน อรรณพ ศิริกิตติกุล กรกฏาคม 2549 " ดีใจจังที่ได้ยินเรื่องราวจากพี่คุง เป็นมุมที่อุ๊ไม่เคยมองเห็นมาก่อน ทำให้รู้สึกดีมากขึ้นที่รู้จักพี่นะ คนเราก็มีหลายความคิดนะพี่ บางคนก็วัตถุนิยมสุดโต่ง อุ๊ว่าอุ๊กะพี่โชคดีต่างหากที่เรามีโอกาสได้เที่ยวทั้งที่ที่เจริญสุดฤทธิ์อย่างอเมริกา แต่จิตใจกลับไม่ได้สัมพันธ์กันเท่าไร แก่งแย่ง แข่งขัน หาคำว่านำใจได้ยากเต็มที แต่ก็โชคดีที่เราได้รับมิตรภาพอันน้อยนิดนั่น และก็อีกที่เราได้มีโอกาสได้รับรู้ว่าประเทศที่ใคร ๆ มองว่าล้าหลังอย่างประเทศเพื่อนบ้านเราหลาย ๆ ประเทศหรืออาจจะเหมารวมเราเข้าไปด้วยงดงามไปด้วยมิตรภาพและตัวตนที่ไม่ได้แต่งสรรไปตามวัตถุนิยม อุ๊ว่าประเทศลาวและคนลาวโดยเฉพาะหลวงพระบางน่ารักมาก เราได้สัมผัสเขาในขณะที่เขายังคงความน่ารัก ใสซื่อ เป็นโชคของเราแล้ว เพราะอีกไม่กี่สิบปีหลังจากนี้ เขาคงหนีกระแสวัตถุนิยมและโลกาวิวัฒน์ไปไม่พ้น ปลามันก็คงต้องว่ายตามน้ำเป็นธรรมดาโลก อุ๊ชอบการท่องเที่ยวนะ และมองการท่องเที่ยวว่าไม่ได้สำคัญว่าเราไปเที่ยวที่ไหน แต่สำคัญที่ไปกับใครและเราได้อะไรกลับมามากกว่า เพราะการสัมผัสความเจริญไปอย่างฟุ้งเฟ้อ ก็ไม่ต่างจากโรงงานอุตสาหกรรมที่เน้นแต่การผลิตให้ได้ปริมาณ ไม่เน้นคุณภาพหรือคุณค่าในตัวงานเพราะหาได้อย่างดาษดื่น แต่การท่องเที่ยวแบบที่พี่คุงได้ใช้ชีวิตไปแล้วนั้นหน่ะ เป็นการเสพแบบมีศิลป์และคุ้มค่ากว่ามาก เพราะเน้นที่คุณค่าและความพึงใจเป็นที่ตั้ง ถ้าการไปเที่ยวทำให้พี่คุงมองอะไรอย่างเข้าใจขึ้นและทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นในสายตาพี่ อุ๊ว่าพี่เที่ยวได้คุ้มค่าที่สุดแล้วไม่ว่าจะไปที่ไหน ขอให้การท่องเที่ยวครั้งต่อไปของพี่นำมาซึ่งรอยยิ้มนะค่ะ จะรออ่านบทที่ 1, 2 ..... และต่อไปเรื่อย ๆ นะค่ะ 555 เขียนซะยาวเลย ลำบากกายแต่สบายใจ... ดีกว่าลำบากใจสบายกายเป็นไหน ๆ น้า 评论 (1)
引用通告此日志的引用通告 URL 是: http://audi113.spaces.live.com/blog/cns!97C0BCA42220A96C!265.trak 引用此项的网络日志
|
|
|