Ubonrat's profileAudi's space to share*o*PhotosBlogLists Tools Help

Ubonrat Malaiwong

Occupation
Location
Interests
Genius is one percent inspiration and ninety-nine percent perspiration. I might not be perfect by nature, but if I have a will there is always a way of success for me. I do believe!!!
No list items have been added yet.
October 23

Time and distance is healing me from hurt

วันนี้ก็เป็นเพียงวันหยุดทางราชการทั่วไปของคนไทยอีกหนึ่งวัน คิอวันปิยะมหาราช สำหรับฉันเมื่อสองปีก่อนวันนี้สำคัญมาก ๆ เลยนะ
แต่วันนี้ มันก็เป็นเพียงวันที่ฉันเคยมีความทรงจำเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับคนคนหนึ่งที่เคยสำคัญมากมายกับชีวิตฉัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป
ความสัมพันธ์ของเราจบลง ความสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวันสำคัญ ของขวัญหรือแม้แต่ตัวคนเองก็อาจลดน้อยลงไปทุกที ทุกที
คงเป็นอย่างที่ใคร ๆ บอก เวลาและความห่างไกลจะเป็นคำตอบและทางออกสำหรับความรักที่ไม่ประสบความสำเร็จ ฉันอาจกำลังได้รับการเยียวยาอยู่ก็เป็นได้
 
สวัสดีวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาอีกครั้ง และรอคอยการกลับกรุงเทพฯ อย่างใจจดใจจ่อ
 
October 18

อุบลรัตน์ VS ดุจตะวัน ในนครปารีส

วันนี้เป็นวัน day off ว่างมากมาย ไม่มีอารายทำ เลยนั่งดู My girl และนั่งอ่านเมลเก่า ๆ ที่ยังไม่ได้อ่านอีกว่า 1800 เมล แค่คิดก็เอ้อ... เครียด
จนมาเจอเมลอันนี้ที่ได้รับจากแก้มส่งให้หยินกะอีฟ เล่าถึงเหตุการณ์ที่เราไปเที่ยวที่ปารีสกัน ขำและมีความสุขมากมาย ขอเอามาโพสไว้ในนี้ เพราะว่าอยากแบ่งปันความน่ารักของแก้มให้คนอื่นอ่านด้วย
แก้ม แกทำให้วันธรรมดาของฉันในวันนี้เป็นวันพิเศษที่ฉันยิ้มแก้มปริได้ทั้งวันเลยหว่ะ อิอิ
 
อีฟ ..หยิน

คิดถึงพวกแกมากๆๆๆๆ
หลังจากที่ชั้นเจออุ๊แล้ว
ก็ยิ่งคิดถึงแกสองคนมากๆขึ้นไปอีก...บอกกะอุ๊ว่าอีฟกะหยินน่าจะมาด้วยนะ...ทริปนี้คงฮามากมาย

แต่พวกแกไม่มา ..ก็ไม่ได้ทำให้ทริปนี้ไม่"ฮา"นะเว่ยย
เพราะชั้นพาอุ๊หลงไม่รู้กี่สิบครั้ง
แถมโดนฝรั่งหน้าม่อลวนลามทางสายตาและคำพูด...ไม่รู้ป่านนี้เอาเทปที่แอบอัดชั้นกะอุ๊ไปขายเน็ตรึยังว่ะ
ฮ่าๆๆๆๆๆ

โรงแรมที่ชั้นจองให้...แบบว่า....ก็ดีอ่ะแก แต่ว่าเจ้าของมันหลายสิ่งมากๆๆ
พูดจาไม่ดีแถมยังหลอกจับมือด้วยว่ะ...มันบอกว่าอุ๊สวยมากกกกกกก  มีเสน่ห์
อยากให้อุ๊อยู่ต่อซักสองสามเดือนแล้วมันจะสอนภาษาฝรั่งเศสให้...แหว่ะๆๆๆ
ชั้นกลัว!!!

หยิน อีฟ แกรู้มั้ย อีอุ๊มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามชาวฝรั่งเศสมากๆๆๆ
ไปเที่ยวกันไม่มีใครแลตามองชั้นเลย...มีแต่คนมองอุ๊...แซวอุ๊...เชอะๆๆๆๆๆ
งอนว่ะ T_T

ก่อนอุ๊มาที่ฝรั่งเศสร้อนมากๆ ประมาณ 33-34 องศา...ชั้นก็บอกอุ๊ไปว่าร้อนมากกก
แต่งตัวมาเต็มที่...อุ๊ก็เลยเอาขาสั้นจุ๊ดๆมาตัวนึง...แต่พออุ๊มาง่ะแก...มันก็หนาวเลย...ลมแรงมาก...ชั้นเสียใจ...ชั้นขอโทษ...

มันเป็นอะไรที่ระหกระเหิน
ตื่นเต้นตั้งแต่ตอนมาและกลับเลยทีเดียว...ชั้นนึกว่าจะตกรถไฟซะแล้ว
แกล่ะอุ๊ ตกเครื่องบินรึปล่าววะ...กัปตันด่าแกรึปล่าว ชั้นร้อนมากๆๆๆๆ
เหงื่อออกทั่วตัวและจั๊กกะแร้เมื่อคราววิ่งเพื่อชาติและเพื่อแม่(เพื่อเงินแม่)ไปขึ้นรถว่ะ...แกรู้มั้ย
พอชั้นขึ้นปุ๊บรถก็ออกปั๊บ...น่าใจหายยิ่งนัก...เกือบได้นอนสถานีรถไฟแล้วว่ะ

รูปที่ถ่ายกัน ชั้นไม่สวยเลยยยยย!!!! โกรธ เพราะสิวเต็มหน้าเล็กๆของชั้น 555
อะไรมันจะมากมายขนาดนี้...ชั้นเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนไปเจอเดียว
เดียวมันไล่ให้ชั้นกลับไปหาหมอรักษาสิวที่เมืองไทย...เฮ้อออออ

อีอุ๊ หน้ามึงไสมากกกกก ชั้นอิจฉาและเศร้าใจในโชคชะตา
ฮือๆๆๆๆ...แต่เอานมเข้าสู้ว่ะ!!!  ^_^

หยิน..อีฟ...แกได้เป็นหัวข้อเม้าของชั้นกะอุ๊ไปเรียบร้อยแล้ว...เม้าแล้วก็คิดถึงว่ะ
อยากกลับไปไร้สาระกะพวกแก...

คิดถึงเพื่อนๆจ้า
 
October 16

นางสาวอากาศกับประสบการณ์บนฟ้า

19
 
คงงงกันละซีว่านางสาวอากาศคือใคร เรื่องของเรื่องคือเมื่อสองวันก่อนได้คุยกันกับพี่นุ้กกี้ เขาตั้งชื่อให้เราใหม่ว่านางสาวอากาศ (ชื่อภาษาไทยของแอร์นั่นเอง) ก็เลบว่ามันน่ารักดี ขอเอามาใช้เป็นชื่อในวงการละกัน อิอิ
 
ตั้งแต่ได้ทำงานมาราว 4 เดือนแล้ว ยังไม่เคยได้เอามาเขียนลงในสเปซเลย เผื่อเพื่อนบางคนที่ไม่ได้เจอหน้ากัน อยากรู้ความเป็นไป ประสบการณ์ร้าย...รัก ของการทำงานบริการบนฟ้าว่าเป็นอย่างไร ไม่ได้ตามกระแสที่ผู้คนเขาเขียนหนังสือกันนะ แต่อยากมีอะไรไว้เตือนความทรงจำบ้างว่าชีวิตมีทั้งเศร้า สนุก ไม่จำเจ เพราะมันเป็นงานที่ต้องพบปะเจอผู้โดยสารหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรมมาก ๆ
 
ไฟล์ทแรกในชีวิต คือ ไฟล์ท AMM - KWI - AMM เป็นไฟล์ทสั้นประมาณสองชั่วโมงกว่าไป สองชั่วโมงกว่ากลับ เสริฟ Hot meal ผู้โดยสาร full load เครื่อง A310 คิอสรุปแล้วเหนื่อยมาก เครื่องdescending แล้ว ดิฉันก็ยังเก็บถาดไม่หมด ถาดก็ล้มไปมา ต้องมาเก็บเศษอาหารที่ตกอีก โอ มายกอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด กรูละอยากเปลี่ยนอาชีพจริง ๆ นรกมากกกกกกกกกกกก
 
ไฟล์ทต่อมาที่จะพูดถึง คือ ไฟล์ท AMM - TUN -AMM ในไฟล์ทนี้มีผู้โดยสารครอบครัวหนึ่งเป็นดาวน์ ท่านทราบนะค่ะว่าเป็นอย่างไร กัปตันจึงขอให้พวกเราช่วยใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษด้วย นางฟ้าใจดีอย่างดิฉันก็ยินยอมแต่โดยดี เพราะพี่คนขับคนนี้น่ารักมากมาย ผมสกินเฮด ได้ใจมาก ๆ อิอิ พอขึ้นมาเดอะแก๊งดาวน์ก็ยิ้มหวานมาเลยขอบอก เรียงหน้ากระดาษได้ประมาณ 8 ท่าน อืมมม กรู เอาเข้าแล้ว แต่เขาน่ารักมากนะค่ะ เขาไม่ได้เรียกร้องอะไร แค่ขอของเล่นเด็กที่แจกในเครื่อง และกินเลอะเทอะกว่าปรกติ ซึ่งดิฉันก็พอรับได้ แต่ท่านผู้โดยท่านอื่นนี้สิ เหลือร้าย ขอทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้ น้ำส้ม น้ำเปล่า น้ำแข็ง วอดก้า วิสกี้ เบียร์ ขอทุกสิ่ง จนไม่มีอารายจะเสริฟแล้วค่ะ ท่านผู้โดยขา พอบอกว่าไม่มีแล้วค่ะ ต้องขออภัยด้วย ถ้าจะว่าไปแล้วก็เป็นเรือ่งปรกติของผู้โดยสารในแถบ gulf  ส่วนใหญ่ ที่จะมี demand สูงมาก และเมื่อเขาจ่ายสตางค์แล้ว ก็ต้องได้การบริการที่คุ้มค่า แต่เวทนาพวกดิฉันด้วยเถอะค่ะ เพราะเส้นเลือดจะขอดอยู่แล้ว เรียกทีหนึ่งคน พอเอาไปให้ อยากได้ก้นทั้งแถว มันเหมือนเป็นโรคติดต่อกันกลาย ๆ จึงต้องแก้ด้วยการนำไปเผื่อสักหลายเท่าตัว จะได้ไม่ต้องเรียกกันถี่นัก แต่รู้ไหมค่ะ ว่าทำไมดิฉันถึงอยากเล่าถึงไฟล์ทนี้ เพราะคนขับสุดหล่อที่บอกไปแต่ต้น ทำให้ดิฉันปลาบปลึ้มเลยทีเดียว เพราะว่าเขาเป็นคนขับคนแรกที่ออกมาจากห้องนักบิน เพื่อออกมาจูงน้อง ๆ สมาชิกดาวน์ไปดูการทำงานในห้องนักบิน น้อง ๆ ตื่นเต้นและประทับใจกันใหญ่ ดิฉันเองก็ปลาบปลื้มว่าบางครั้งการให้โอกาสเพียงเล็กน้อยก็นำความสุขให้บางคนได้มากมายเพียงไร ขอบคุณนะค่ะ พ่อนกใหญ่ หวังว่าคงได้บินด้วยกันอีกค่ะ
 
ไฟล์ทต่อมาคือไฟล์ทอังกฤษ พูดตามตรงไฟล์ทที่ดี มีองค์ประกอบหลัก ๆ คือ หัวหน้าดี เพื่อนร่วมงานดี และท่านผู้โดยสารดี แต่ไฟล์ทลอนดอนที่ดิฉันได้ไปนี้ องค์ประกอบหลักครบ 3 หมู่ เลิศศศศศศศศศศศศ
ผู้โดยสารไม่ขออาราย ทานอาหารเรียบร้อย เก็บง่าย เพื่อนร่วมงานน่ารักมาก ว่าไปแล้วการทำงานบนพื้นที่จำกัด อย่างในเครื่องบินก็ทำให้ฉันเรียนรู้ธรรมชาติมนุษย์ได้มากขึ้น คือเมื่อกินอื่น ก็ขับถ่ายและนอนหลับเป็นวัฏจักรกันไป ฉะนั้นเมื่อเสริฟอาหารเสร็จ หน้าที่ของแอร์ก็คือการตรวจและทำความสะอาดห้องน้ำทุก ๆ 15-20 นาที ฉันก็แยกย้ายกะน้องกวาง เพื่อนร่วมงานไปตรวจกันคนละด้าน ฝั่งซ้าย ดิฉันเห็นละอนาถใจ เจอลาภก้อนใหญ่ นั่นคืออุนจิขนาดมหึมาอุดตันอยู่ ก็ต้องหาทางเอาน้ำร้อนราด กระดาษกระทุ้งกันไปตามเรื่อง ส่วนน้องกวางเจอลาภจริง ๆ ไม่ไก่กา ผู้โดยสารลืมกระเป๋าตังค์ไว้พร้อมเงินดอลล่าอีกเป็นปึก พวกเราจึงเอาไปคืนให้เจ้าของได้รับความชมมากมายจากความซื่อสัตย์ในครั้งนี้ ซึ่งก็สร้างความภูมิใจให้พวกเราไม่น้อย เฮ้อ ทำไมลาภเราสองคนต่างกันจังหว่า...คิดแล้วยังหลอนไม่หาย เฮ้อ
 
เมื่อประมาณสองวันมานี้ ดืฉันก็ได้เจอแหวนเพชรสองวงในห้องน้ำของสนามบิน จึงนำไปมอบให้กับพนักงานดูแลความปลอดภัย ซิ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นแหวนเพชรแต่งงานของคู่รักคู่หนึ่ง น้ำหนักเพชรราว 14 กะรัต พวกเขาขอบคุณเราและดีใจมากที่ได้มันคืนไป เพราะเป็นของรักมีค่าทางจิตใจมาก (ฉันว่ามีราคาด้วยนะแหละ) เอาน่า ขอให้ความดีในครั้งนี้ นำพาให้ดิฉันได้สวมแหวนแต่งงานกะเขาบ้าง นาทีนี้แหวนทองเก๊ก็เอาแล้วเนี่ย ว่าแต่มาขอเหอะ สินสอดไม่เอายังได้ อิอิ
 
ไฟล์ทต่อมาคือไฟล์ทโคลัมโบเมื่อต้นเดือนตุลาที่ผ่านมา เรื่องก็มีอยู่ว่าวัฒนธรรมคนอินเดียและศรีลังกาเนี่ย เวลาเขาตอบว่าใช่จะส่ายหน้า ส่วนไม่ใช่จะพยักหน้า ทีนี้เวลาดิฉันเสริฟชา กาแฟ พอถามว่ารับไหม เขาก็ส่ายหน้าแต่ตอบ yes ก็งงกันไปครับท่าน ว่าเอาไงว่ะ แม่ง เอ่อ ว่าแต่ไปบินที่ไหน เรื่องหนึ่งที่สำคัญมากคือการเรียนรู้วัฒนธรรมของเขาเพื่อการสื่อสารที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ไฟล์ทนี้ท่านผู้โดยทำดิฉันปลื้มมากมาย เพราะมาขอถ่ายรูปกันไม่ต่ำกว่า ๅ0 คน ขนาดแอบหนีไปแอบกินข้าวก็มาแอบถ่ายจนเพื่อน ๆ สจ๊วตแซวว่าเป็นดารา แม่ง เขืลลลลลลลลลฉิบ แถมมาจับแก้มอีกแหนะบอกว่า you're very beautiful แหมอันนี้ก็พอรู้อยู่ มาทำประเจิดประเจ่อ อายเขาหมด อิอิ จะว่าไปคือชอบไฟล์ทโคลัมโบมาก เพราะผู้โดยสารน่ารัก อัธยาศัยดีมาก ยิ้มแย้มตลอด และโรงแรมที่พัก (Hiltom Colombo Hotel) ก็เลิศ อาหารอร่อยและราคาไม่ต่างจากเมืองไทยเท่าไร แต่ที่แอบเศร้าลึก ๆ คือการไปเยือนประเทศนี้ มองออกมานอกหน้าต่างโรงแรมจะเห็นวิวท่าเรือที่เมื่อปีที่แล้วใครคนนึงเคยมาจอดเรืออยู่ที่นี่... โหมดเศร้ามาอีกแล้ว
 
ลืมเล่าไปว่าไปโคลัมโบครั้งนี้ ได้ไปเมื่องอนุราธปุระ โปลนนารุวะ ดัมบุลล่า และยอดเขาสีคิริยะมาด้วย อันเป็นเมืองแห่งโบราณสถานที่สำคัญของศรีลังกา ทำให้คิดถึงเพื่อน ๆที่คณะโบราณคดีที่เคยออกฟิลด์ด้วยกัน ถ้าได้มากับเพื่นอน ๆ คงสนุกว่านี้หลายเท่านัก ฉันคิดถึงแกหว่ะ หยิน ข้าว ส้มจุก อีฟ ฯลฯ รวมไปถึงอาจารย์อ่ำด้วยค่ะ หนูจำได้ว่านี่เป็นศิลปะสุดโปรดของอาจารย์เลยทีเดียว
 
เรื่องสุดท้ายอันนี้ไม่ได้เจอกับตัวเอง แต่รุ่นพี่ที่วัน ทู โกเล่าให้ฟังว่ามีท่านผู้โดยสารผู้หญิงสูงวัยท่านหนึ่งทำผมทรงนางสาวไทย ตีโป่งออกงานมาสุดฤทธิ์ เขาได้ที่นั่งริมหน้าต่าง พอขึ้นเครื่องปุ๊บก็ขอย้ายที่ทันที แอร์ก็ถามว่าที่นั่งตรงนี้มีปัญหาอะไรหรือป่าวค่ะ จะได้ดำเนินการซ่อมแซมได้ เธอก็ตอบว่าไม่มี แอร์ก็เลยงงว่าทำไมไม่นั่งตรงนี้ เธอก็ตอบว่า เพราะฉันไม่อยากนั่งริมหน้าต่าง กลัวผมเสียทรง แอร์ได้แต่เอ่อ......................... ไม่ใช่รถเมย์นะค่ะ จะได้มีลมโกรก พี่แอร์เกีอบกลั้นหัวเราะไม่ได้แหนะ ขำหว่ะ
 
เอาและ เล่ามาซะมากมาย ไว้มีเรื่องเด็ด ๆ ประการใดจะมาอัพให้ฟังนะเข้าค่ะ ได้เวลาไปนอนละ ง่วงจริงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
 
รักและคิดถึง
นางสาวอากาศค่ะ
 
 
October 14

เพลงโปรด...เฝ้ารอว่าเธอคือใคร

ช่วงชีวิตที่เคยรักใคร ไม่เคยล้อเล่นกับหัวใจ
แต่ว่าทุกคน เข้ามาคบกัน ไม่นานเขาก็ไป
แต่ละครั้งก็คอยทุ่มเท แต่สุดท้ายก็ยังเสียใจ
เจ็บจนคุ้นเคย แต่ไม่ชอบเลย ที่ต้องไม่เหลือใคร

ดั่งฟ้า จะแค่เพียงต้องการแกล้งกัน
ให้ฉัน ต้องพบเจอแต่เจ็บความช้ำใจ
จนไม่รู้ว่า รักแท้หน้าตาเป็นเช่นไร
ก็ยังไม่พบเจอใคร ที่รักกันจริงสักที

จะมีไหมซักคน มาเปลี่ยนชีวิตของฉัน เธอคือใคร
ที่จะรักจริง ไม่ทอดทิ้งกัน อยากจะรู้
จะมีไหมซักใจ จะได้เจอเธอ อยากรู้เธอคือใคร
ที่จะเป็นรักสุดท้าย ของฉันจริงๆสักที

อยากจะพบสักคนที่เข้าใจ ไม่ต้องพร้อมต้องดีมากมาย
อาจจะเถียงกัน อาจทะเลาะกัน เขายังไม่ไปไหน
อยากจะพบสักใจที่เข้ากัน อยู่กับฉันรักกันเรื่อยไป
อยากให้แวะมา ฝากแค่น้ำตา ให้ค้างคาในหัวใจ

ดั่งฟ้า จะแค่เพียงต้องการแกล้งกัน
ให้ฉัน ต้องพบเจอแต่เจ็บความช้ำใจ
จนไม่รู้ว่า รักแท้หน้าตาเป็นเช่นไร
ก็ยังไม่พบเจอใคร ที่รักกันจริงสักที

จะมีไหมซักคน มาเปลี่ยนชีวิตของฉัน เธอคือใคร
ที่จะรักจริง ไม่ทอดทิ้งกัน อยากจะรู้
จะมีไหมซักใจ จะได้เจอเธอ อยากรู้เธอคือใคร
ที่จะเป็นรักสุดท้าย ของฉันจริงๆสักที

ไม่รู้จะเจอเมื่อไหร่ ก็เฝ้าแต่ถาม ก็ได้แต่ถามจากฟ้า

จะมีไหมซักคน มาเปลี่ยนชีวิตของฉัน เธอคือใคร
ที่จะรักจริง ไม่ทอดทิ้งกัน อยากจะรู้
จะมีไหมซักใจ จะได้เจอเธอ อยากรู้เธอคือใคร
ที่จะเป็นรักสุดท้าย ของฉันจริงๆสักที
October 13

วันนี้เมื่อปีก่อน

เมื่อปีก่อน ในวันเดียวกันนี้เป็นวันที่ฉันยังอยู่ที่เมืองไทย ครึ่งวันเช้าเป็นวันที่ฉันมีความสุข เป็นวันศุกร์ที่จะจัดเลี้ยงวันเกิดพี่จิ๊บพี่สาวที่น่ารักของฉัน ฉันไปทำงานอย่างร่าเริง คุยเล่นกับเพือน แต่ครึ่งวันหลัง ฉันเสียใจแต่ร้องไม่ออก เมื่อรู้ว่าตลอดเวลาที่คบกันแฟน(เก่า)ของฉันมีคนอื่นมาโดยตลอด ความลับต่าง ๆ ที่เขาสร้างขึ้นมา ฉันรู้สึกเหมือนว่าเราแทบไม่รู้จักกันเลย แต่ฉันต้องข่มอารมณ์ไม่ร้องไห้เพราะเรายังไม่ได้คุยกันจริงจังว่าจะทำอยางไร และฉันก็ไม่อยากให้งานพี่จิ๊บกร่อยไปเพราะเรื่องของเรา ในที่สุดเราก็เลิกกัน ก่อนวันครบรอบเป็นแฟนกันเพียงแค่ 10 วันเท่านั้น(วันที่ 23 ตุลา) ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว เร็วเหมือนโกหก แผลในใจฉันก็เริ่มบรรเทา ตกสะเก็ดจากเวลา ระยะทาง ประสบการณ์ ความเข้มแข็ง และกำลังใจจากคนรอบข้างที่รักและจริงใจต่อฉัน
 
อย่างที่พี่จิ๊บสอน เราลืมอดีตไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะจำได้ เขาเคยเป็นอีกครึ่งหนึ่งในชีวิตฉัน เขามาเติมเต็มชีวิตฉัน เป็นคนที่ฉันเฝ้ารอและได้เจอ แม้เราไม่ได้มีเวลาดีดีทุกวัน ทะเลาะกันบ้าง และเขาเป็นความรักและความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตฉัน ฉันน่าขอบใจเขาด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่งฉันเคยมีความสุขเพียงใด และได้รักใครสักคนอย่างแท้จริง แม้ว่าสำหรับเขามันจะไม่มีความหมายอะไรเลยก็ตาม
 
วันนี้ฉันไปอ่านสเปซของเพื่อนรักคนหนึ่ง อ่านแล้วอยากร้องไห้อ่ะ
"เธอจะมีใครก็ได้
จะอยู่กับใครก็ได้
เพียงแต่... เวลาที่เรามีกันและกัน
เราต้องเป็นของกันและกัน

เท่านั้นเอง

บอกแล้ว ไง
ว่า รักของเราง่ายนิดเดียว"
นึกแล้วเหมือนตัวเองเมือ่ก่อน เป็นอะไรก็ได้ขอแค่เขายังอยู่ แต่วันนี้ รักของฉันเกิดขึ้นยากเสียแล้ว เพราะความเจ็บปวดนั้นมันสอนว่า หากไม่ระวัง จะต้องเจ็บซ้ำรอยเก่า
 
แต่อย่างน้อยที่สุดฉันทำสำเร็จแล้วที่พี่จิ๊บสอนว่า แม้เราจะเลิกกับคนที่รักไป แต่เราได้เพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตกลับคืนมา แน่นอนที่สุด เพราะเขาเป็นคนที่รู้จักฉันดีที่สุด รองจากแม่ พี่เอ เพื่อนรักของฉันที่โฮลี่เลยทีเดียว ฉันไม่โกรธ ไม่เกลียดไม่โทษตัวเองและเขาอีกแล้ว ได้แต่ภาวนาให้เขามีหนทางที่ดีดี ได้เจอคนที่ดีดี เพื่อชีวิตและอนาคตของเขา ฉันยังรักเขาเสมอ เพราะเราลืมอดีตไม่ได้ แต่เลือกทำปัจจุบันนี้ของฉันไม่ให้ไร้ค่าเหมือนเมื่อก่อนได้นี่นา ฉันยิ้มให้ตัวเองอีกครั้งกับความทรงจำเมื่อปีก่อน...together forever 100
 
Photo 1 of 30